ทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ขายต่างกันยังไง คุ้มกว่ากันแบบไหน

เปรียบเทียบทองคำแท่งกับทองรูปพรรณสำหรับการขายต่อในพัทยา

สรุปสั้นๆ

  • ทองแท่ง ส่วนต่างซื้อ-ขายแคบกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จ
  • ทองรูปพรรณ จ่ายค่ากำเหน็จตอนซื้อ แต่ไม่ได้คืนตอนขาย
  • ถ้าซื้อเพื่อเก็บเป็นเงินออม ทองแท่งเสียเปรียบน้อยกว่า
  • ถ้าซื้อเพื่อใส่จริง ค่ากำเหน็จคือค่าที่จ่ายให้ความสวย ไม่ใช่เงินที่เสียเปล่า

คำถามที่คนถามหน้าร้านบ่อยคือทำไมสร้อยที่ซื้อมาเมื่อสามเดือนก่อนถึงขายได้น้อยกว่าที่จ่ายไป ทั้งที่ราคาทองไม่ได้ลง คำตอบอยู่ที่คำเดียวคือค่ากำเหน็จ

ค่ากำเหน็จคืออะไร

ค่ากำเหน็จคือค่าแรงทำทองให้กลายเป็นสร้อย แหวน หรือกำไล รวมค่าออกแบบ ค่าลาย ค่าขึ้นรูป และกำไรของช่าง ทองแท่งไม่มีส่วนนี้เพราะไม่ต้องขึ้นรูปอะไร

ตอนซื้อ คุณจ่ายราคาทอง บวก ค่ากำเหน็จ ตอนขาย ร้านรับซื้อคิดจากเนื้อทองอย่างเดียว เพราะพอเอาไปหลอม ลายที่สวยแค่ไหนก็หายไปหมด

ค่ากำเหน็จไม่ได้ถูกโกง มันคือค่าจ้างช่างที่จ่ายไปแล้วและใช้ไปแล้ว เหมือนค่าตัดเสื้อที่ไม่ได้คืนตอนขายเสื้อมือสอง

เทียบให้เห็นภาพ

สมมติราคาทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ X บาท ทั้งสองแบบมีเนื้อทอง 96.5% เท่ากัน น้ำหนักหนึ่งบาทเท่ากัน

  • ทองแท่งหนึ่งบาท — ตอนซื้อจ่ายราคาทองแท่งขายออก ตอนขายได้ราคาทองแท่งรับซื้อ ส่วนต่างสองฝั่งแคบ
  • สร้อยหนึ่งบาท — ตอนซื้อจ่ายราคาทองรูปพรรณขายออกซึ่งรวมค่ากำเหน็จแล้ว ตอนขายได้ราคารูปพรรณรับซื้อซึ่งไม่มีค่ากำเหน็จ ส่วนต่างกว้างกว่า

ตัวเลขจริงเปลี่ยนทุกวันตามประกาศสมาคมค้าทองคำ และค่ากำเหน็จก็ต่างกันตามลายกับร้าน ลายโปร่งลายละเอียดค่ากำเหน็จสูงกว่าลายเรียบ ๆ เยอะ เวลาจะซื้อควรถามค่ากำเหน็จแยกออกมาให้ชัดก่อนตัดสินใจ

แล้วควรซื้อแบบไหน

ซื้อเพื่อเก็บออม

ทองแท่งเสียเปรียบน้อยกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จให้จม ถ้าเป้าหมายคือเก็บมูลค่าไว้แล้ววันหนึ่งเปลี่ยนกลับเป็นเงิน ทองแท่งตรงประเด็นกว่า

ซื้อเพื่อใส่

ซื้อรูปพรรณเลย แต่รู้ตัวว่าค่ากำเหน็จคือค่าความสวยที่จ่ายไป ไม่ใช่เงินออม ถ้าอยากให้เสียเปรียบน้อยหน่อยก็เลือกลายเรียบที่ค่ากำเหน็จต่ำ ใส่ได้เหมือนกันและขายต่อเจ็บน้อยกว่า

ซื้อเป็นของขวัญ

รูปพรรณเหมาะกว่าอยู่แล้ว ไม่มีใครดีใจกับการได้ทองแท่งเป็นของหมั้น แค่รู้ไว้ว่าถ้าวันหนึ่งผู้รับต้องขาย เขาจะได้เท่าเนื้อทอง

เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย

  • เข้าใจผิดว่ามีใบเสร็จแล้วจะได้ค่ากำเหน็จคืน — ใบเสร็จช่วยยืนยันเปอร์เซ็นต์ทองและร้านที่ซื้อ แต่ไม่ได้ทำให้ค่ากำเหน็จกลับมา
  • เข้าใจผิดว่าทองแท่งขายยากกว่า — ทองแท่งขายง่ายกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องเถียงกันเรื่องลายหรือสภาพ
  • เข้าใจผิดว่าทองเก่าราคาตก — ทองไม่เสื่อมตามอายุ ทองรูปพรรณอายุยี่สิบปีกับซื้อเมื่อวานได้ราคาต่อกรัมเท่ากันถ้าเปอร์เซ็นต์เท่ากัน

ทองแท่งที่มีเอาไปขายที่ไหน

ถ้าซื้อจากร้านที่มีตราของตัวเองและยังมีใบรับประกัน ขายคืนร้านเดิมมักได้ราคาสูงกว่าที่อื่น เพราะเขาการันตีของตัวเอง

แต่ถ้าเป็นทองแท่งที่ไม่มีตราชัดเจน ตราลบเลือน หรือได้มาต่อจากคนอื่น ร้านรับซื้อจะตรวจด้วยเครื่องก่อนเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าสงสัยคุณ

ที่ร้านเราตรวจยังไง

  1. ชั่งน้ำหนักต่อหน้าคุณ ดูตัวเลขบนตาชั่งพร้อมกัน
  2. ยิงเครื่อง XRF อ่านเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องตัด ไม่ต้องขูด
  3. เทียบกับราคาสมาคมค้าทองคำของวันนั้น
  4. บอกตัวเลขให้ดูว่าคิดมาจากอะไร ตกลงแล้วรับเงินสด

ทั้งทองแท่งและทองรูปพรรณใช้ขั้นตอนเดียวกัน ต่างกันแค่ตัวเลขค่ากำเหน็จที่ไม่มีอยู่ในสมการฝั่งรับซื้อทั้งคู่

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อสร้อยมาแล้วขายทันทีวันเดียวกัน ขาดทุนเท่าไหร่

ขาดทุนประมาณค่ากำเหน็จบวกส่วนต่างซื้อ-ขายของวันนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมทองรูปพรรณไม่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น

ทองแท่งกับทองรูปพรรณ เปอร์เซ็นต์ทองเท่ากันไหม

ทองไทยทั้งสองแบบมาตรฐานคือ 96.5% เท่ากัน ต่างกันที่รูปแบบและค่ากำเหน็จ ไม่ได้ต่างกันที่เนื้อทอง

ทองแท่งที่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ครึ่งสลึง หนึ่งสลึง ขายได้ไหม

ได้ ชั่งและตรวจเหมือนกันหมด ชิ้นเล็กไม่ได้ถูกกดราคา แค่ถ้ามีหลายชิ้นควรเอามาพร้อมกันจะได้ชั่งรวมรอบเดียว

ถ้าอยากเปลี่ยนทองรูปพรรณเป็นทองแท่ง ทำได้ไหม

ทำได้ ขายรูปพรรณแล้วซื้อทองแท่งใหม่ แต่จะเสียส่วนต่างสองต่อ ถ้าไม่ได้มีเหตุผลชัดเจนมักไม่คุ้ม ลองคำนวณให้ดูก่อนตัดสินใจได้

มีทองแท่งหรือทองรูปพรรณ อยากรู้ราคาวันนี้

หลอมทองพัทยา (เฮงศิริ) รับซื้อทั้งทองแท่งและทองรูปพรรณ ชั่งและตรวจต่อหน้าคุณ อ้างอิงราคาสมาคมค้าทองคำ จ่ายเงินสดทันที โทร 092-883-9799 เปิดทุกวัน 10:00-20:00 น.

ส่งรูปประเมินราคาออนไลน์ติดต่อประเมินราคาฟรี